รวมพลังพลิกฟื้นป่าชายเลน ท่าศาลา สู่ความอุดมสมบูรณ์

รวมพลังพลิกฟื้นป่าชายเลน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สู่ความอุดมสมบูรณ์ เสริมอาชีพใหม่ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยววิถีประมง เมื่อชุมชน บ้านหน้าทับ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีอาชีพทำประมงมายาวนาน ทุกวันของทุกชีวิตจึงผูกพันอยู่กับน้ำทะเล ท้องฟ้า กุ้ง หอย ปู ปลา และป่าชายเลน เพราะเป็นแหล่งรายได้ที่เลี้ยงครอบครัว พบกับปัญหาป่าชายเลนถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างรุนแรง

ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ลดลง ชุมชนจึงขอให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ใกล้เคียงมาตั้งแต่ปี 2558 และเห็นว่าได้ผลดี ป่าชายเลนเติบโตแข็งแรง มีสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น เข้ามาปลูกป่าชายเลนร่วมกับชุมชน เพื่อฟื้นฟูให้ป่าชายเลนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ชุมชนบ้านนาทับ ร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่กว่า 300 คน ได้ผนึกกำลังกับ กฟผ. ร่วมแรงร่วมใจปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลน จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนักยกน้ำนักทีมชาติไทยร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย นายทักษิณ หมินหมัน ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) กล่าวว่า ปัญหาพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพประมงของชุมชนเป็นอย่างมาก จึงได้รวมตัวกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการปลูกป่าฟื้นฟูป่าชายเลน และได้ติดต่อ กฟผ. ซึ่งดำเนินการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ใกล้เคียงและได้ผลดี เข้ามาช่วยดำเนินการฟื้นฟูป่าชายเลนที่บ้านหน้าทับ อ.ท่าศาลา ซึ่งเป็นพื้นที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะและเป็นดินเลนงอกใหม่ จำนวน 5 ไร่ เมื่อปลูกป่าชายเลนแล้ว ทางกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) และชุมชนจะร่วมกันดูแลรักษาป่าชายเลนให้สมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชนอย่างยั่งยืน และจะขยายผลไปสู่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป

นางรัชดา ทองอยู่ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคม กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. มีความยินดีที่ชุมชนบ้านหน้าทับ เห็นความตั้งใจของ กฟผ. ในการปลูกป่าชายเลนและร่วมดูแลระบบนิเวศชายฝั่งทะเล อ.ท่าศาลา และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชุมชนไว้วางใจให้ กฟผ. เข้ามาร่วมดำเนินการเพื่อผลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์ของป่าชายเลนที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการปลูกป่าชายเลน ในปี 2561 ของ กฟผ. ให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ในภาคใต้ เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพิ่มจำนวนพันธุ์สัตว์น้ำ

การปลูกป่าชายเลนของ กฟผ. จะเน้นเรื่องความมั่นคง การเติบโตและความอยู่รอดของป่าชายเลน โดยจะเลือกใช้พันธุ์กล้าไม้ที่มีความแข็งแรง เช่น ต้นโกงกางใบใหญ่ เพราะเป็นต้นไม้ที่มีรากแบบค้ำจุนขนาดใหญ่ และทำหลักไม้ให้ต้นกล้ายึดเกาะไม่ให้หลุดลอยขณะถูกคลื่นซัด ในครั้งนี้ได้ปลูกป่าชายเลนไป จำนวน 3,500 ต้น พร้อมปล่อยลูกปลากะพง จำนวน 3,000 ตัว ลูกกุ้งกุลาดำ จำนวน 100,000 ตัว และลูกหอยแครง จำนวน 200 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดย กฟผ. จะปลูก 1 ปี และบำรุงต่อเนื่องอีก 2 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ เติบโตและขยายพันธุ์ต่อไปได้ พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคนิคการดูแลรักษาป่าชายเลนอย่างถูกวิธีให้กับชุมชนร่วมกันดูแลต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews